วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นายเสคสัณฑ์ ประเสิดกับความพยายามทำลายมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก


นายเสคสัณฑ์ ประเสิดกับความพยายามทำลายมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก
โดยเหล็กไหล พญานาค

 มหาวิทยาลัย สันติภาพโลก (WORLD PEACE UNIVERSITY)  มิใช่เป็นของเล่นสำหรับผู้ไร้สติปัญญา.....และมิจฉาชีพกำลังหาทางทำลายด้วยเหตุจูงใจอะไร?
                จากการที่มหาวิทยาลัยได้ทำการสถาปนาพร้อมด้วยการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต(กิตติมศักดิ์)คำว่า กิตติมศักดิ์ก็แปลว่า ได้มาโดยไม่ต้องเรียน ครั้นจะมีการอบรมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งก่อนหรือหลังวันรับปริญญา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  การที่ไม่ต้องเรียนก็ไม่ได้หมายความว่า...ไม่รู้....เพราะผู้ที่รับปริญญากิตติมศักดิ์นั้นถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ จากการปฏิบัติจริงจากประสบการณ์ชีวิตจริง และเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยสันติภาพโลกจึงให้เครดิตให้คุณค่าแก่คนเหล่านั้นเพื่อประกาศให้สังคมรู้ว่า ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะขับเคลื่อนไปในทางที่ดีได้ ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์จากทุกวงการทุกอาชีพเช่นเดียวกัน กิจกรรมในรูปแบบของการมอบปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาสันติภาพโลก จึงถูกดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อวันแห่งอนาคตของประเทศชาติที่ทุกฝ่ายต้องหันมาให้ความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยอมรับในความมีคุณค่าซึ่งกันและกัน โดยไม่ยึดถือตัวตนเป็นฐานที่ตั้งแห่งความถูกต้องแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ใดที่คิดไม่เหมือนตนหรือทำไม่เหมือนตน ก็จะกลายเป็นคนนอกคอกหรือตกขอบ  การคิดนอกกรอบของคนที่มีหัวก้าวหน้ามิได้หมายความว่าเป็นคนนอกคอก แต่ถ้าคนที่จมปลักดักดานอยู่กับความคิดที่ไม่มีการพัฒนาเพิ่มเติม กี่วันกี่เดือนกี่ปีก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีข้อมูลใหม่ ไม่มีคำอธิบายใหม่ ติดยึดอยู่แต่กรอบความคิดเก่าๆไม่กล้ายอมรับความจริงในสมัยใหม่....สุดท้ายเขาเหล่านั้นนั่นแหละที่มีความคิดติดอยู่ในคอกอันยาวนานกรณีของบุคคลที่พยายาม     อวดตัว อ้างตน เป็นคนดี พยายามอุปโลกน์อ้างตนให้ดูกลมกลืนเหมือนกับว่า....ตนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือเป็นสื่อที่คอยปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนนั้น....พฤติกรรมดังกล่าว...ชาวบ้านที่ไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดจะหลงชอบแต่ผู้ที่มีความรู้หรือมีวุฒิภาวะทางสังคม ก็พอจะไหวตัวทัน หรือมีปฏิภาณไหวพริบที่ตามทัน...รู้ทันว่า...หมอนี่ไม่ใช่ของจริง ทุกสิ่งเป็นความพยายามที่จะแสดง แต่ขัดแย้งกับความจริงอันเป็นแรงจูงใจที่พยายามใช้ผู้บริโภคสื่ออินเตอร์เน็ตที่ขาดความระมัดระวัง เกิดความเข้าใจผิดและพลั้งเผลอหลงเชื่อข้อมูลเท็จ กลายเป็นเหยื่อข่าวลวงไปโดยไม่รู้ตัว
                บุคคลที่เป็นต้นเหตุ ข่าวลวง” “สรุปหลอก ส่งไปล่อเหยื่อให้หลงแล้วยิ่งปล่อยข่าว ขยันโพสรูปภาพ หรือ ข้อความที่ขาดภูมิปัญญา...ไปแทรกหาเฟสบุ๊ค หรือ อีเมล์ ของคนอื่นๆโดยไร้มารยาท โดยไร้ข้อมูลที่ถูกต้อง...คาดเดา....เขียนเต้าเล่าเรื่องที่มิได้บ่งบอกถึงเบื้องหลังแห่งความจริงใจ...เพียงแค่ความโกรธแค้น...ที่มีคนรู้ทัน มีคนจับผิด มีคนเห็นพฤติกรรมแห่งความโลภในทรัพย์ ในลาภยศของผู้อื่น แล้วกระทำไม่สำเร็จ จึงมุ่งทำลายผู้มีส่วนได้เสียแต่ก็ไม่เป็นผล...เรื่องนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริงในสังคมอันอุดมด้วยบัณฑิตของประเทศไทย
บุคคลที่เป็นต้นเรื่องของความพยายามปล่อยข่าวลวงเล่าข่าวเท็จ วิ่งโร่หาแนวร่วมที่คิดว่าน่าจะได้ผลโดยที่คิดเอาเองว่า น่าจะเป็นคนหัวอ่อนกว่าตน คือพระ คือภิกษุณี....ทั้งพูดดี..พูดโน้มน้าว...พูดยั่วยุสารพัด แต่ไม่เป็นผลดีนัก
                คือนาย เสคสัณฑ์ ประเสิด ผ.อ.กระดาษเปื้อนหมึก เบาะเสื่อม  ตอนนี้ดูเหมือนว่า ยิ่งดิ้นยิ่งจม ติดหล่มจากรอยเท้าของตนจนไม่มีทางออก.....นายเสคสัณฑ์ ประเสิด พยายามทุกทาง เพื่อจะล้มผู้บริหารและมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกให้จงได้ เหตุใดเขาไม่ช่วยจับเด็กแว๊น,คนค้ายาเสพติด รถยนต์ชนแล้วหนี พวกนักการเมืองที่โกงบ้านกินเมือง?.....เพราะเสคสัณฑ์เป็นของปลอม..และกลัวตาย
                คนที่มีความคิดในทางก้าวหน้าและสร้างสรรค์นั้น ถ้าเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา เขาจะไม่รีบทะเล่อทะล่ากล่าวหาหรือโจมตี เพราะเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แต่แรงจูงใจจากการพยายามกระทำความชั่วที่ไม่สำเร็จ จนกลายเป็นความแค้น ความอายเสียฟอร์มแต่อ้างว่าเป็นการต่อสู้เพื่อสังคม เพื่อประชาชนนั้น มันจึงไม่เห็นหนทางแห่งชัยชนะ มีแต่จะชอกช้ำ และตรมตรอม เพราะไม่ยอมจำนน ยอมรับในแรงจูงใจที่ผิดๆ  ดังนั้น ความพยายามทำดีของ นายเสคสัณฑ์ ประเสิด แห่ง กระดาษเปื้อนหมึกที่ชื่อเบาะเสื่อมนั้นจึงเป็นสิ่งที่ มีความชั่วซ่อนเร้นอยู่ภายในและเป็นความจริงใจที่จอมปลอม ต่อประชาชนเท่านั้นเอง ลองตรวจสอบประวัติให้ลึกแล้วจะรู้...แต่ผู้ใหญ่ผู้มีเมตตาจิตกลับมองเสคสัณฑ์ว่าเป็นอาการบางอย่างของผู้ป่วยทางจิตอย่างรุนแรง!!!
                วันทั้งวันได้แต่พร่ำรำพันกับแนวร่วมที่ว่างงาน ขาดการศึกษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของความเป็นคนที่มีสมบัติของความเป็นผู้ดี ผู้ที่เป็นคนของมวลชน ไม่เห็นมีอะไรใหม่ ข้อมูลวกวน ได้แก่ หยอดคำที่ต่ำต้อยด้อยคุณภาพ ในกลุ่มก้อนของตน แล้วโพสให้คนอ่าน...คนที่เข้าใจ เขาก็มองเป็นเรื่องไร้สาระ คนที่ไม่เข้าใจ เขาก็มองเป็นเรื่องที่จริงจัง  อย่างที่นายเสคสัณฑ์ ประเสิด พยายามหลอกล่อ ต่อเติมให้คนติดตาม  มีคนจำนวนมากในสังคมมีปมเด่นและปมด้อยต่างกัน  ปมเด่น   ของนายเสคสัณฑ์ ประเสิดคือ ความทะเยอทะยาน อยากให้สังคมยอมรับ อยากให้คนดูว่าเก่ง อยากให้สังคมเข้าใจว่าเป็นคนสำคัญ แล้วรู้จักประชาสัมพันธ์ข่าวคลุมเครือได้ดี  และสามารถสร้างความเชื่อถือให้เกิดแก่แนวร่วมผู้ไร้อนาคตให้เกิดความเชื่อถือได้ดี แต่ ปมด้อยของนายเสคสัณฑ์ ประเสิด คือ มีความกดดันในชีวิต ขาดการยอมรับของคนดีผู้มีสมองปกติ  ในวัยเด็กอาจถูกกระทำทารุณกรรมหรือ ถูกกดขี่อย่างรุนแรง อยากเป็นคนมีสีแต่ไม่มีโอกาสสมหวังในชีวิต อยากเป็นผู้มีอำนาจแต่เดินทางผิดพลาดเสมือนกับคนเดินหลงทาง ชีวิตจึงไม่มีทางออกมากมายนัก เขาจึงเป็นได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
                นายเสคสัณฑ์ ประเสิด พยายามทำตนเหมือนคนเก่ง คนฉลาด นักสืบ นักตรวจสอบ หลังจากที่มีเบื้องหลังจากความผิดหวัง ที่หวังจะได้เงิน 500,000 บาท  จากท่านอธิการบดีแล้ว ยังผิดหวังจากความต้องการที่จะเป็น อธิการบดี เพื่อหวังเอาตำแหน่งไปทำมาหากินแทนท่านอธิการบดีผู้ก่อตั้ง ที่มีแผนจะลาออกและกลับเข้ามาใหม่  ความล้มเหลวด้วยแรงจูงใจที่ผิดๆอย่างมหันต์ จึงทำให้เสคสัณฑ์ ประเสิด มุ่งมั่นพยายามทุกวิถีทาง...ทำลายชื่อเสียงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก    ทำลายความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ด้วยความพยายามส่งหนังสือร้องเรียนมหาวิทยาลัยและผู้บริหารไปยังหน่วยงานต่างๆ และกล่าวหาว่า     เป็นมหาวิทยาลัยเถื่อน? เป็นปริญญาเถื่อน? และพยายามพูดเชิงดูถูกหมิ่นประมาทผู้รับปริญญาไปในทำนองว่าตนเป็นคนฉลาดกว่า? เป็นผู้รู้ความจริง? เป็นผู้ตรวจสอบ? เป็นผู้รักษาความยุติธรรม? เป็นผู้ปราบปรามคนชั่ว? เป็นผู้ปกป้อง? แต่ไม่กล้าบอกว่าตัวตนแท้ๆคือ ผู้ร้ายกลายพันธุ์คำถามที่นาย เสคสัณฑ์ ต้องตอบต่อสังคมคือ ใครที่มีพฤติกรรมขู่กรรโชกทรัพย์ผู้อื่นมาหลายครั้ง โดยใช้กระดาษเปื้อนหมึก เบาะเสื่อม มาบังหน้า  ถ้ากล้าจริง ฉลาดจริง ทำไม พยายามมุ่งไปคุยโน้มน้าวแกมบังคับเพื่อขอความร่วมมือต่อผู้ที่ได้รับปริญญาที่ตนพินิจพิเคราะห์เอาเองว่า คนเหล่านี้บางคนน่าจะขวัญอ่อน และน่าจะยินยอมให้ความร่วมมือแต่ก็ไม่สำเร็จ เช่น พระสงฆ์,แม่ชี,ภิกษุณี
         นายเสคสัณฑ์  ประเสิด  อาจจะทะนงค์ตัวมากจนเกินไปก็ได้ คิดว่าข้าแน่ ข้าเก่ง ข้าฉลาด กว่าผู้อื่น ถ้าจะลองหยิบยกบุคคลที่มีวุฒิภาวะและการศึกษาหน้าที่การงานดีอยู่แล้วที่เขาเหล่านั้น ยินดีที่รับปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกมาเปรียบเทียบกับความคิดที่ นายเสคสัณฑ์  ประเสิด อุปโลคน์ตนว่าไม่น่าจะฉลาดกว่า นายเสคสัณฑ์หรือลองพิจารณาชื่อเสียง การศึกษา ผลงาน ของท่านเหล่านี้ว่ามีท่านใดบ้าง ที่นายเสคสัณฑ์ น่าจะมีความเฉลียวฉลาดหรือผลงานที่สังคมให้การยอมรับมากกว่าสภาพของความเป็นเหลือบของกระดาษเปื้อนหมึกที่กำลังฮึกเหีมโจมตีให้ร้ายมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกที่ตนพยายามหาช่องทางไปทำมาหากินแต่ไม่สำเร็จ ลองดูชื่อบุคคลำคัญต่อไปนี้ ที่นายเสคสัณฑ์ ประเสิด ไร้สติปัญญาที่จะรู้เลยหรือว่าเป็นผู้ที่มีคุณค่า มีวิชา มีอาชีพที่ดีมีความสำคัญอย่างไร   
1.             พล.. กิตติ  รัตนฉายา    อดีตแม่ทัพภาคที่4,อดีตวุฒิสมาชิก,ราชองค์ลักษ์พิเศษ,นักวิชาการด้านความ    มั่นคง          
2.             พล... สุนทร  ซ้ายขวัญ      อดีตรักษาการ ผบ.ตร         
3.             เจ้าดวงเดือน  ณ เชียงใหม่      เจ้านายเชื้อพระวงศ์ในอดีตที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ                                        
4.             ดร.มานพ  ภาษิตวิไลธรรม     อดีตอธิการบดี .ราชภัฏ เชียงราย   
5.             ดร.ฤาเดช  เกิดวิชัย                 อธิการบดี .ราชภัฏสวนสุนันทา      
6.             พล... ชัย  สุวรรณภาพ        อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด                    
7.             พล... ทองเลื่อน  ประพัฒทอง         อดีต ผบ.โรงเรียนนายเรืออากาศ
                                                             อดีต ผบ.ผู้บัญชาการยุทธทางอากาศ                                                 
8.             พตอ.หาญ  เลิศทวีวิทย์               อดีดอาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน
                                                 อดีต ... สน.สายไหม                   
9.             นาย มานิตย์  จิตต์จันทร์กลับ       อดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา,เป็นนักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญ 
10.      ดร.สมบัติ  เมทะนี                       ดาราภาพยนตร์กว่า 700 เรื่อง และดาราคนแรกที่เรียนจบปริญญา               
                                                     เอกจริงๆ ทำดุษฎีนิพนธ์จริงๆ            
11.      นาย ฉลวย  ศรีรัตนา                    ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง                     
12.      พล.. พนม  บัติประโคน            ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก  นายทหารระดับสูงกองอำนวยการรักษา       
                                                     ความมั่นคงภายใน   ( กอ.รมน )                  

13.      พล.. วีระพจน์  ภูมะภูติ              อดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร 13 ปี และ
                                                     อาจารย์สอนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรจนเกษียรอายุราชการ
14.      .. ภูพิพัฒน์  กุหลาบซ้อน ร.น.       ผู้ทำหน้าที่เป็นองค์คณะในศาลทหาร 
15.      พตอ.พุฒิพัฒน์  โพธิ์คงศิริเดช            ผกก. ตำรวจสันติบาล                       
16.      พล.. สมชาย  เชนะโยธิน   ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก,นายทหารระดับสูงหน่วยบัญชาการกองกำลังสำรอง                      
17.      พตท. สุรโชคม์  วิเศรษฐ์ฐิติพันธ์  ( สารวัตรแรมโบ้ )   หัวหน้าพนักงานสอบสวน,นักกฎหมาย       
18.      พตท. สุพิช  พันธ์เพ็ง                   หัวหน้าพนักงานสอบสวน,นักกฎหมาย                    
19.      นาย สิงห์ทอง  บัวชุม                   ..,ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงศึกษาธิการ                                                     
20.      นาย สุนันท์   เทพศรี                    อดีตรองอธิบดีกรมอาชีวะศึกษา อดีตผู้ตรวจราชการ 
                                                    กระทรวงศึกษาธิการ                                                             
21.      ดร.เอื้อมพร  รัตนพันธ์        ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานประกันสังคม   นักวิชาการ                                         
22.      นาย วีระ  ลิมปะพันธ์          นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยใน    
                                          พระบรมราชูปถัมภ์
23.      นาง  อัจฉรา  หัสบำเรอ             อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์           
24.      นาย ชัยวัฒน์  รัตนประสิทธิ์       ผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย
25.      พตท.นิติพัฒน์  วุฒิบุณยสิทธิ์     สารวัตรกองปราบ แผนก ... ,นักกฎหมาย             
26.      ว่าที่ ..นิพนธ์  ซิ้มประยูร       ทนายความประสบการณ์กว่า 20 ปี                                                
27.      นาย วิฑูรย์  มากสวาสดิ์              ทนายความประสบการณ์กว่า 20 ปี                                              
28.      นาย จักรภพ  กีรติชาญเวช          ทนายความประสบการณ์กว่า 30 ปี                                                
29.      นาย วัชรพล  บุษมงคล               ผู้พิพากษาสมทบ,นายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความ 
                                                 ปลอดภัยแห่งประเทศไทย,กรรมาธิการ
30.      นาย สำคัญ  เพชรทอง                     อธิการบดีวิทยาลัยพลศึกษาวิทยาเขตกระบี่
31.      นาย อนันต์  นิมานนท์                     นายกสมาคมผู้สื่อข่าวส่วนภูมิภาค               
32.      นาย ยอดรัก  เสาร์คนธ์                     สื่อมวลชนอาวุโส                                       
33.      นาย พัฒน์  จึงกานกุล                       สื่อมวลชน TV ช่อง7   (ผู้ประกาศข่าว)                               
34.      นางสาว อลิซาเบธ  แซทเลอร์           สื่อมวลชน TV ช่อง5   (ผู้ประกาศข่าว)                                   
35.      นาย ยอดชาย  เมฆสุวรรณ                 ดาราชื่อดัง                                                       
36.      นาย โกวิทย์  วัฒนกุล                         ดาราชื่อดัง        
37.       นาย ดามพ์  ดัสกร                             ดาราชื่อดัง                                                                                             
38.       นาย อัศวิน  รัตนประชา                    ดาราชื่อดัง
39.      นาย ธรรมรัตน์  นาคสุริยะ                สื่อมวลชนอาวุโส,นักการเมือง
40.      นาย สุเทพ  วงศ์กำแหง                                       นักร้องชื่อดัง,นักการเมือง      
41.      นายมานพ  อัศวเทพ                             ดาราชื่อดัง
42.      นาย ดรรชิต  ขวัญประชา                  ดาราชื่อดัง
43.      นางสาว อรัญญา  นามวงศ์                ดาราชื่อดัง
44.      นาย วิโรจน์  สิทธิประเสริฐนันท์      นายกสมาคมมัคคุเทศก์ อาชีพแห่งประเทศไทย
45.      พระอาจารย์ สมชาติ  จันทโชติ         ท่านพระครูสำนักแสงธรรมส่องชีวิต
46.      พระครูภาวนาวิศิฐ (พระอาจารย์ปู่)   วัดแดนสงบ นครราชสีมา
47.      สมเด็จพระรัชมังคลาจารย์                 วัดปากน้ำภาษีเจริญ
48.      นาย ขวัญแก้ว  วัชโรทัย
49.      ดร.วิวัฒน์ชัย  กุลมาตร์                       อดีตรองอธิการบดี .รามคำแหง
                                                           (นักวิชาการ,นักบริหารการศึกษา,นักกฎหมาย)
50.      พตท. ภทร  อัตถากร                           นักกฎหมาย
51.      นาย ทวนทน  คำมีศรี                          คอลัมนิสส์ / นักแสดงชื่อดัง
52.      นาย นิรัตติศรัย  กัลจารึก                     ผู้ผลิตสื่อภาพยนตร์/โทรทัศน์
53.      นาย สะอาด  จันดี                                นักเขียนชื่อดัง
54.      นาย สรนันท์  ร.เอกวัฒน์                     นักประพันธ์/นักแสดง
55.      นาย ติ๊ก  ชิโร่                                         นักร้องชื่อดัง
56.      นายโจนัส  แอนเดอร์สัน                        นักร้องชื่อดัง
57.      นางสาว คริสตี้  กิ๊ปสัน                           นักร้องชื่อดัง
58.      นาย สมบัติ  พิมพ์แสง                         สื่อมวลชนและนักวิชาการรักษาความปลอดภัย
59.      นาย ทรงจิต                  พูลลาภ                         นักวิชาการด้านการพัฒนาสังคม
60.      นายปราโมทย์               เมษะมาน       นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว
61.      เมธวัชร์ (เทวัญ)            ทรัพย์แสนยากร นักดนตรีชื่อดัง
62.      สบชัย    (ฟอร์ด)            ไกรยูรเสน            นักร้องชื่อดัง
63.      .. สมรักษ์                    คำสิงห์ .น.        นักชกเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของประเทศไทย
64.      พล.อ ธันวาคม                ทิพยจันทร์    ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ,กองทัพบก,คอร์ลัมนิสต์ชื่อดัง นามปากกา...หมึกดำ
         รายชื่อบุคคลสำคัญดังกล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนของบุคคลที่มีคุณค่าทั้งด้านสติปัญญาและ
วิชาจารณญาณที่มีบุคคลเป็นที่ปรึกษาอีกมากมายนอกเหนือจากสติปัญญาของตนแล้ว
        รายชื่อต่างๆของบุคคลบางท่านที่กล่าวมานั้นเพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นว่า ท่านเหล่านั้น มีความเฉลียวฉลาด มีการศึกษาและมีวุฒิภาวะเพียงพอ เป็นผู้ที่มองเห็นโอกาสทางสังคมด้านการศึกษาแบบ เข้าใจ เข้าถึง และนำสันติภาพสู่ชาวโลกมากกว่าที่จะมีความคิดอยู่เพียงแค่ สามัญสำนึกที่ตื้นเขินของ นายเสคสัณฑ์ ประเสิด แห่งสำนักกระดาษเปื้อนหมึกเบาะเสื่อม
        ทำไมนายเสคสัณฑ์  ประเสิด  จึงไม่เปิดสมองเพื่อตรองสมาธิให้เกิดปัญญามาเห็นหนทางสว่างอันจะเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกบ้าง... ? ยังมีผู้ได้รับปริญญาบัตรที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น ชาวอเมริกัน,ชาวอังกฤษ,รัสเซีย,เยอรมัน,มาเลเซีย,ญี่ปุ่น,ปากีสถาน นักธุรกิจระดับ พันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน รวมทั้งข้าราชการและผู้นำสังคมอีกมากมายที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  จากทางมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก นายเสคสัณฑ์  ประเสิด  กำลังดูถูกภูมิปัญญาและวุฒิภาวะของบุคคลเหล่านั้น แสดงว่าความคิดและจิตสำนึกบกพร่องที่ต้องรับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน
        หมายความว่า...คนเหล่านั้นขาดความเฉลียวฉลาดหรือมีสติปัญญา ไม่เท่าทันนายเสคสัณฑ์ ประเสิด
เลยเชียวหรือ...???
        ถ้าจะมองในส่วนของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก มีนักวิชาการระดับประเทศ ระดับโลก เป็นที่ปรึกษาเช่น ศาสตราภิชาญ  นพ.ดร. วิจิตร  บุญยโหตระ, ศาสตราภิชาญ ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงค์ศักดิ์
ศาสตราภิชาญ  ดร.เอนก  หิรัญรักษ์ , ศาสตราภิชาญ  นพ.ดร. ธรรมภิวัฒน์  นรารัตน์วันชัย (ปิติพลังวชิรา)
ศาสตราภิชาญ  ดร.เรวัฒน์  ชาตรีวิศิษย์ และยังมีนักวิชาการที่มีประสบการณ์และความรู้อีกมากมายที่ให้การสนับสนุนแนวทางของมหาวิทยาลัย นอกเหนือจากนักวิชาการแล้วยังนักกฎหมายที่เป็น ผู้พิพากษา,ทนายความและพนักงานสอบสวนระดับสารวัตรและแพทย์ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีการศึกษาและปัญญาเป็นเลิศ   ยังมีนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มีนักสื่อสารมวลชนมืออาชีพและบุคคลในอาชีพอื่นๆอีกมากมาย
        คำถามโดยสรุปในภาพรวมแล้วบุคคลในระดับมันสมองของชาติที่กล่าวมา มีความฉลาดน้อยกว่า
นายเสคสัณฑ์  ประเสิด  ..กระดาษเปื้อนน้ำหมึกแห่งเบาะเสื่อมหรือ” ???
           ดังที่กล่าวแล้วว่า ความคิดในทางก้าวหน้าเพื่อการสร้างสันติภาพ ตามแบบและวิธีการที่คนฉลาดจากหลากหลายอาชีพที่กล่าวมา..เขาเข้าใจ เขามองไกล และเขามองเห็น และเขามีใจใสสะอาดบริสุทธิ์ เขาเหล่านั้น มีแรงจูงใจที่ดีจึงยินดีรับปริญญา ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ ไม่มีแม้แต่ท่านเดียวที่มีแรงจูงใจที่ชั่ว แล้วมารับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย แต่มีคนเดียวที่มีแรงจูงใจที่ชั่วซึ่งปนอยู่กับผู้รับปริญญา และซาตานดลใจให้เนรคุณต่อมหาวิทยาลัย ดังเช่นอุปนิสัยที่ประพฤติปฏิบัติอยู่เป็นอาจิณและหากินไม่สุจริตอยู่เนืองๆ
           จึงอยากถามนาย เสคสัณฑ์ ประเสิดว่า นายเสคสัณฑ์ ประเสิด เป็นผู้หนึ่งซึ่งสวมครุยของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก รับปริญญากิตติมศักดิ์ ที่วัดแห่งหนึ่ง และสวมครุยของมหาวิทยาลัยร่วมกิจกรรมในวันแห่งความผิดหวังที่สนามกอล์ฟ กัซซัน .ลำพูน และสวมครุยในวันมอบปริญญาบัตร โดยเป็นแขกพิเศษของอธิการบดีผู้ก่อตั้ง ที่วิทยาเขตกรุงเทพฯ....ใช่หรือไม่?
           เป็นการสวมครุยเพื่อเจตนาปลอมตัวเป็นนักสืบ หรือ..???นายเสคสัณฑ์ ประเสิด ย่อมรู้ดีว่า ความชั่วคืออะไร และความดีเป็นอย่างไร ความจริงเป็นอย่างไร,ความเท็จเป็นอย่างไร
           เพียงแค่แรงจูงใจในการพยายามทำลายชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย และให้ร้ายผู้บริหารของมหาวิทยาลัยนั้น เป็นแรงจูงใจมาจากความชั่ว ความโลภและความแค้นอันเนื่องจากความผิดหวังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกเท่านั้นเอง
           และความหวังจะล้มมหาวิทยาลัย หรือทำลายผู้บริหาร คงจะต้องใช้เวลาอีกนานและใครจะเป็นแนวร่วม หรือเป็นผู้สนับสนุนก็แล้วแต่เวรกรรมจะนำพา เพราะผู้รับปริญญา ของมหาวิทยาลัยทุกคนเป็นคนดี ที่มีแต่ความภูมิใจ และความสุข
เหตุใด นายเสคสัณฑ์ ประเสิด จึงยังมองไม่เห็นทางสว่าง..เหตุเพราะจิตชั่วที่กำลังพัฒนา สู่ความเป็นผู้มีจิตเสื่อม..นั่นเอง
           ถึงแม้จะใช้วิชามาร จากจิตชั่ว ที่พยายามมั่วข้อมูลและปล่อยข่าวมั่วๆให้หน่วยงานราชการใดหรือจะ ปฏิบัติการใดๆ ด้วยความลืมตัวหลอกตนจนเพลี่ยงพล้ำจนอาจจะเกิดเป็นคดีขึ้นสู่ศาล...ก็มิได้หมายความว่าคดีจะถึงที่สุดได้โดยง่ายจนกว่าจะถึงศาลฎีกาและอาจจะเป็นตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ หรือเป็นคดีใหม่ของประเทศที่มีจำเลยหรือผู้ถูกร้องเป็นผู้ขัดขวางการสร้างสันติภาพโลก ก็มิอาจที่ใครจะคาดเดาได้ แต่ความดีย่อมชนะความชั่วอย่างแน่นอน
        ทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าไม่สำนึกก็คงต้องท่องคำพระ “กัมมุนาวัตตะติโลโก”(สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)
สา.......ธุ
เหล็กไหล พญานาค





วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มหาวิทยาลัย สันติภาพโลก กับอุดมการณ์ที่แน่วแน่








มหาวิทยาลัย สันติภาพโลก กับอุดมการณ์ที่แน่วแน่ 
การก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค ที่เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ

การรวมตัวกันของนักวิชาการนักธุรกิจและประชาชนจากหลากหลายอาชีพทำให้มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก(World Peace University)มีความเป็นปึกแผ่นในช่วงเริ่มต้นมีผู้คนจำนวนมากได้รู้จักมหาวิทยาลัยในทางที่ดี เพราะมหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมในทางที่ดีและเป็นสิ่งใหม่ของโลก เป็นความกล้าหาญในการนำเสนอความจริงของคนที่มีคุณภาพ มีคุณค่าแห่งชีวิตด้วยประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ กิจกรรมอันสำคัญในการมอบปริญญา ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ได้มอบให้แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ และบุคคลเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลผู้มีคุณค่ายิ่งต่อสังคม ท่ามกลางความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ซึ่งมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่และชัดเจน จึงย่อมมีปัญหาและอุปสรรคบ้างถือว่าเป็นเรื่องปกติและธรรมดา
จะเห็นว่าในปัจจุบันผู้ที่พยายามอวดอ้างตนเป็นคนดี อวดอ้างการทำหน้าที่ของคนดีเพื่อทำการตรวจสอบและกล่าวหาให้ร้ายมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกอยู่เสมอ หลังจากผิดหวังจากการคิดแสวงหาผลประโยชน์กับผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย แต่ไม่เป็นผลสำเร็จดังที่ทราบกันอยู่แล้ว คือ นายเสกสรรค์ ประเสริฐ ผ.อ. เบาะแส และพวกพ้องในเครือข่ายของนายเสกสรรค์ ประเสริฐ เหตุใดทางมหาวิทยาลัยยังคงเฉยเมยต่อการกระทำของนายเสกสรรค์และพวก เพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชื่อว่าความดีย่อมชนะความชั่วเสมอไป
การกล่าวหาให้ร้ายมหาวิทยาลัย ไปตามอารมณ์ของผู้ที่ขาดวิสัยทัศน์และขาดประสบการณ์ด้านการพัฒนาวิถีทางของการศึกษาและความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหวในเรื่องของการศึกษาแห่งโลกยุคใหม่นั้น จะเห็นอย่างชัดเจนเลยว่า ผู้กล่าวหาให้ร้าย ยังคงต้องเพิ่มเติมความรู้และพัฒนาความคิดและมองไปให้ไกลและกว้างขว้างกว่าสภาพที่เป็นอยู่ กล่าวคือ สภาพที่เป็นอยู่ของผู้รักความยุติธรรมหรือความถูกต้องตามอย่างที่นายเสกสรรค์ ประเสริฐและพวกพ้องที่เป็นอยู่นั้น มิได้บ่งบอกหรือเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าบุคคลเหล่านี้ ดำรงค์ชีวิตอยู่ด้วยอาชีพใด เหตุใดการทำหน้าที่ที่พยายามกล่าวอ้างว่าเป็นประโยชน์ของประชาชนหรือของสังคมนั้น จึงขาดความเจริญก้าวหน้า แต่วิธีการแบบเดิมๆในการหารายได้โดยไม่กล้าเปิดเผยต่อสังคม ในขณะที่สังคมของผู้ที่เจริญแล้วและสังคมของสื่อสิ่งพิมพ์ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ....เสกสรรค์ ประเสริฐ.... แล้วก็ตามไปด้วยการหัวเราะแบบขำๆ และทำหน้า แหย....แหย.... แปลว่า..เขารู้กันสนั่นเมือง อะไรทำนองนั้น
ครั้นจะกล่าวไปแล้วก็น่าเห็นใจ นายเสกสรรค์ ประเสริฐ เพราะชีวิตถูกกำหนดมาให้กำเนิดเป็นอย่างนั้นเช่นทุกวันนี้ ฝ่ายผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีอุดมการณ์ด้านการศึกษาที่มองโลกอันกว้างใหญ่เป็นสถานที่รวมรวบและระดมสิ่งที่ดี ที่ยังมีความแตกต่างกับประเทศของเรา สิ่งใดที่เห็นว่ามีปะโยชน์ มีคุณค่า สามารถช่วยเปิดหูเปิดตาให้เราได้สว่างแจ้งทางความคิดได้ เราก็จะกระทำและมุ่งมั่น เดินหน้าโดยไม่หวาดหวั่นต่อปัญหาและอุปสรรคใดๆ
ในกรณีของนายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวกนั้น เราได้แต่รอวันด้วยความมั่นใจว่า ไม่ช้าไม่นานจนเกินไป....ความเท็จ ความคลาดเคลื่อน ความไม่กระจ่าง ความมืดมิดแห่งปัญญา จะสามารถช่วยให้นายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวก ได้มีโอกาสทบทวนถึงวิถีชีวิต ที่ผ่านมา และจะรู้ได้เองว่าวิถีเดิมๆแบบอดีต การพยายามสร้างภาพที่ดีขึ้นซึ่งขัดกับความจริงนั้น มันไม่ได้ทำให้ เขาเหล่านั้นมีความก้าวหน้าไปมากกว่าเดิมแต่ประการใดและนับวันที่จะทำมาหาเลี้ยงชีพลำบาก ไม่ทราบว่านายเสกสรรค์ ประเสริฐ จะรู้อย่างไรว่า เบาะแสเป็นเพียงกระดาษเปื้อนหมึกที่ดูจะไม่ค่อยเป็นสาระและเที่ยวแจกตามโรงพัก และเที่ยวแจกคนที่คิดว่าน่าจะเป็นเบ็ดไว้เกี่ยวเหยื่อ เพื่อจะได้ปลาอะไรทำนองนั้น แล้วก็เป็นอยู่อย่างนี้ มานานแล้ว นับวันแต่จะอยู่อย่างลำบากเพราะต้องหนีศัตรูเก่า และต้องหลบศัตรูใหม่ ชีวิตทุกวันนี้ก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้วคอยเต้าข่าว เล่าความ ความนิสัย ในอินเตอร์เน็ต เพื่อการดำรงชีพ การกระทำดังกล่าวเป็นที่กล่าวขานกันว่าได้ผลบ้างสำหรับคนที่เขาถูกกล่าวและขี้รำคาญ
สำหรับมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ซึ่งมีเป้าหมายใหญ่ในการสร้างสันติภาพ ให้โอกาศแก่ผู้ที่สมควรได้รับโอกาศที่ดี ใหกรณีของนายเสกสรรค์ ประเสริญและพวกที่กำลังพยายามทำลายมหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จและจะไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะเหตุแห่งแรงจูงใจที่มิได้เกิด จากความบริสุทธิ์ใจ แต่เกิดจากความโกธร ความไม่สมหวัง ในการใช้วิธีการเดิมๆ ที่ไม่สร้างสรรค์กับผู้บริหารของมหาวิทยาลัย
การหลงตัวเอง การลืมตน การหลอกให้ประชาชน หลงเชื่อว่า ข้าพเจ้าคือผู้พิทักษ์ความถูกต้องนั้น จึงเป็นเพียงความเท็จ ที่อาศัยอินเตอร์เน็ตฟอกตัวและมั่วข้อมูลให้วกวน ทำให้ประชาชนสงสัยไปวันๆ
ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม วิถีทางแห่งการดำรงค์ชีพของนายเสกสรร ประเสริฐ ซึ่งมีประวัติที่ผ่านมา ไม่เคลียร์ต่อสังคม และปัจจุบันก็ไม่ชัวร์ต่อสาธารณะชน ผู้ที่ติดตามพฤติกรรมของนายเสกสรรค์ ประเสริฐ ต้องอดทนสักระยะหนึ่ง จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาเอง
เป้าหมายของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ เป็นเรื่องของการสรรค์สร้างวิถีทาง ทางการศึกษา เพื่อมนุษย์ชาติในฐานะที่เราเป็นคนใทยผู้เป็นคนต้นคิดในสิ่งนี้ และมีทิศทางที่ชัดเจน ในการเดินสู่ความร่วมมือกับประชาคมอาเซียนและสู่ความร่วมมือกับสังคม แห่งองค์การสหประชาชาติ ภาพที่มหาวิทยาลัยสันติภาพโลกได้กำหนดไว้เป็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน จึงเป็นภาพแห่งความภาคภูมิใจและเป็นที่น่ายินดีแก่ผู้ที่ติดตามและเข้าใจ และพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ การดำเนินงานสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกกำลังแผ่ขยาย ไปยังส่วนต่างๆ ของโลกในหลายๆประเทศ และวิธีการดำเนินงานก็เริ่มได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลแห่งประเทศปากีสถานและดำเนินการขยายพื้นที่อย่างเป็นทางการมากยิ่งขึ้นในบางมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา การดำเนินงานและขยายผลในประเทศมาเลเซียการเตรียมศูนย์ขยายเขตการศึกษาในเมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับอามิเรต) การเตรียมศูนย์ขยายเขตการศึกษาในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น และกำลังมีอีกหลายประเทสที่แจ้งความประสงค์จะเข้ามาสู่ พันธกิจร่วม (Joint Mission) กับมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก และมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกก็กำลังปรับรูปแบบของการดำเนินงานทั้งในประเทศไทยและในประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อใหม่ว่า WORLD PEACE INTERNATIONAL UNIVERSITY ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าขึ้นอย่างเป็นลำดับ สำหรับ WORLD PEACE ACADAMY CYBER U. นั้น นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างงดงามที่รัฐบาลของประเทศปากีสถานได้ให้การสนับสนุน ซึ่งกิจกรรมและหลักสูตรการเรียนการสอนนั้นสามารถดำเนินการได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้เรียนจนจบหลักสูตรแล้ว ใบประกาศนียบัตร หรือใบปริญญาบัตรที่รัฐบาลปากีสถานออกให้นั้น จะต้องได้รับการรับรองโดยสถานฑูตของประเทศนั้นๆ หมายความว่าสามารถนำไปใช้อ้างอิงต่อหน่วยงานราชการของทุกประเทศได้
ในขณะที่กิจกรรมของมหาวิทยาสันติภาพโลก กำลังบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการเข้าถึงกลุ่มคนทางการศึกษา และนับวันที่จะมีแต่ความก้าวหน้า ถึงแม้มีปัญหาเบาหรือหนักเพียงใด กิจการของมหาวิทยาลัยสันติโลก ก็ยังคงเดินหน้าสู่ประชาคมโลกต่อไป
และในขณะเดียวกัน นายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวกพยายามให้ร้ายแก่บุคคลซึ่งเป็นคณะทำงาน และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยโดยแอบหลบๆ ซ่อนๆ ใช้โลกอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ สร้างความสับสนให้แก่คนในชาติของตน โดยขาดความเข้าใจและขาดความสำนึกไปว่า การเริ่มต้นสิ่งใดๆ ที่เป็นสิ่งใหม่ๆ ของโลก ที่ตนยัง ไม่รู้นั้น ย่อมมีความบกพร่อง หรือมีช่องว่างที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนา ถ้าจะลองหลับตาตรึกตรองด้วยสมองที่ปกติก็จะรู้ได้ทันทีว่า ทุกสิ่งใหม่ย่อมเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีความขัดแย้ง ย่อมมีความสัมพันธ์ มันจึงเจริญก้าวหน้า ในกรณีของนายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวกเป็นความขัดแย้งและทำลาย
การพยายามทำลายในสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้าง พัฒนายกระดับคุณค่าของคน จึงมิใช่เป็นสิ่งที่คนดีผู้มีธรรม จะพึ่งปฏิบัติ ดังนั้นมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก จึงมีความหวังว่า เมื่อนายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวก เข้าใจหรือเกิดปัญญาจากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ก็จะกลับตัวกลับใจสู่จิตสำนึกเดิมเมื่อตอนที่นายเสกสรรค์ ประเสริฐ ได้เริ่มต้นรู้จักมหาวิทยาลัย และได้รับความเมตตา จากผู้บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งมีอาวุโสสูงสุด เมื่อกำลังอยู่ในจุดที่มองเห็นและพูดความในใจ ที่จะร่วมสนับสนุน มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสันติภาพ ดังที่นายเสกสรรค์ ประเสริฐ ได้เคบกล่าวไว้โดยมี วีดีโอ บันทึกไว้ใน ยูทูป อย่างชัดเจน
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้แต่ภาวนา สวดมนต์ อธิฐาน ทำบุญใส่บาตร ให้นายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวก ได้มีดวงตาที่เห็นธรรมและนำสันติภาพเพื่อสันติสุข สู่ประชาคมโลก มากกว่าการปล่อยให้ชีวิตและอนาคตต้องตกอยู่ในหลุมความคิดและจิตสำนึกที่ไม่ดี
การดูถูกเหยียดหยาบเยาะเย้ยบุคคลที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเชื้อพระองค์ของประเทศอินเดียในอดีตและมีสถานะเป็นสามีของสตรีไทย
ในปัจจุบันในการกล่าวหาให้ร้ายในทำนองเป็นพวกแขกหลบหนีเข้าเมือง หรือการกล่าวอย่างอื่นในลักษณะดังกล่าว โดยต้นกำเนิดความคิดมาจากมิจฉาทิฐิ ของนายเสกสรร  ประเสริฐ และพวกที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่สังคมต้องประณาม ผู้ที่เคยอ่านข้อความที่มีการโต้ตอบกันในทาง Face book และมีการโพสต์ข้อมูลต่อกันไป ถือว่าเป็นการกระทำของคนชั่ว ที่ไม่อยากเห็นสังคมอยู่ดีมีสุข
การดูถูกดูแคลนในเรื่องสถาบันการศึกษาและการเหยียดหยามเชื้อชาติศาสนาที่ปรากฏอยู่นั้น นายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวกจะต้องรับผิดชอบ อย่าลืมว่า เชื่อชาติและเผ่าพันธุ์ของคนปากีสถานและอินเดียที่ประกอบสัมมาชีพอยู่ในประเทศไทยนั้นมีอยู่มากมาย เขาเหล่านั้นเป็นคนเหมือนกับเรา ครั้นจะดูถูกดูแคลน ทำให้คนคิดกันไปในทางลบว่า เป็นสถาบันการศึกษาจากประเทศด้อยพัฒนาประการใดก็ตาม คงจะเป็นการประเมินผิดโดยสิ้นเชิง
มีผู้รู้ในแวดวงการศึกษาจัดลำดับความสำคัญของมหาวิทยาลัยในโลกนี้ คุณภาพทางการศึกษาที่เป็นอันดับหนึ่งของโลกคือประเทศอินเดีย อันดับสองคือจีน อันดับสามคือปากีสถาน
ดังนั้นการดูถูกเยาะเย้ยเหยียดหยัน ราชาวาฮีด ผู้รับใบอนุญาต มหาวิทยาลัย WORLD PEACE ACADAMY CYBER U. แห่งปากีสถาน โดยนายเสกสรรค์ ประเสริฐ และพวก อย่าให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ต้องทำให้ผู้กระทำ กลายเป็นคนไร้ค่า น่ารังเกียจ และคนไม่ดีของสังคม ควรจะหยุดการกระทำใดๆ และกลับตัวกลับใจ ก็ยังไม่สาย
ดุษฎีสีขาว

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556


ภาพบรรยากาศ พิธีประสาทปริญญาบัตร (กิตติมศักดิ์) มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก วันที่ 28 เมษายน 2556


































วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556


ดุษฎีบัณฑิต กับคุณค่าแห่งชีวิตที่เปลี่ยนไป

โดยดุษฎีสีขาว

การมอบปริญญาบัตร ดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก (WPU2) จะมุ่งเน้นถึงคุณค่าแห่งคุณงามความดีที่ได้สั่งสมไว้ หรือความภาคภูมิใจของสังคมโดยรวมที่ได้ให้เกียรติยอมรับเชิดชูในผลงานที่เด่นชัดและนำมาซึ่งประโยชน์และความสุขของสังคมโดยรวมและที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ บุคคลนั้นๆจะต้องมีสิ่งที่เป็นเรื่องราวที่สามารถมีหลักฐานที่อธิบายต่อสังคมได้ โดยตัวของผู้นั้นเองจะต้องยอมรับในความเป็นจริงของเรื่องราวของตน ที่สังคมให้คุณค่านั้นด้วย
ดังนั้นผู้ซึ่งเป็นดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก (WPU2)จึงต้องถามตนเองให้ชัดเจนเสียก่อนว่า เรื่องราวอันเป็นเกียรติประวัติของตนนั้น ผู้อื่นที่ได้รู้เห็นเป็นประจักษ์ว่ามีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาตินั้น ตัวเราเองยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ถ้าเรายอมรับว่าเป็นของจริงและสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับเกียรติในการที่ควรจะได้รับการเสนอชื่อให้สภามหาวิทยาลัยได้พิจารณาอนุมัติให้รับปริญญาบัตร(กิตติมศักดิ์)หากเรายอมรับว่าเราเป็นผู้ที่สมควร แสดงว่าเราได้รับเพราะเรามีคุณค่าเช่นนั้นจริงๆ มิใช่ได้รับเพราะมีคนเชียร์ มิใช่รับเพราะมีคนชม หากยอมรับเพราะมีคนเชียร์ มีคนชมแต่ตัวเรามิได้ยอมรับ เราก็เป็นผู้ที่ไม่สมควรที่จะรับปริญญาบัตร (ดุษฎีบัณฑิต) กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก (WPU2) เพราะหากวันใดมีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อมหาวิทยาลัย กล่าวให้ร้ายแก่มหาวิทยาลัยด้วยเพราะเหตุแห่งแรงจูงใจใดๆก็ตามเราจะได้มิต้องหวั่นไหว เพราะเรารู้ตัวของเราเองว่า ตัวเราเองเป็นของจริงและเรายอมรับว่าเราคือ ดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ตัวจริง เมื่อเราเป็นตัวจริง เราจึงต้องยืนหยัดอย่างมั่นคง การเป็นดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) เราจะไปเปรียบเทียบกับดุษฎีบัณฑิต โดยทั่วไปไม่ได้ โดยเด็ดขาด เพราะว่าดุษฎีบัณฑิตโดยทั่วไปคือผู้ที่ทำการศึกษาเพื่อจะเน้นดุษฎีบัณฑิต โดยตรงเป็นเรื่องของวิธีการและ มาตรฐานด้านการศึกษาที่จะต้องผ่านการศึกษาในระบบของมหาวิทยาลัยโดยทั่วไป กล่าวคือ ดุษฎีบัณฑิตโดยทั่วไปต้องเรียนจริงๆ เพราะไม่มีประสบการณ์ชีวิตจริงจึงต้องเรียนและต้องเรียนเพื่อให้รู้ ต้องทำวิจัยเพื่อให้รู้ ทำทฤษฎีใหม่นั้นให้เป็นจริง ตามมาตรฐานของสถาบันการศึกษาในแต่ละแห่ง (แต่ไม่ได้หมายรวมถึงผู้ที่มิได้เรียนอย่างจริงจังเพียงแค่เรียนพอเป็นพิธี และอาจจะมีผู้อื่นเขียนผลงานให้ประกอบกับการจ่ายเงิน ให้แก่มหาวิทยาลัยได้ครบและอนุมัติให้จบได้ทันที เช่นนี้ไม่อยู่ในความหมายของ ดุษฎีบัณฑิตโดยทั่วไป เพราะคิดว่าน่าจะใช่ แต่ก็ไม่น่าจะใช่) แล้วดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ล่ะ จะหมายความว่าอย่างไร ? ก็หมายความว่า ประสบการณ์แห่งชีวิตที่อาจจะเป็นทฤษฎีแห่งการปฏิบัติซึ่งผู้อื่นสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ หรือจะพูดให้ง่ายๆก็คือ เป็นดุษฎีบัณฑิต ที่ไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีการปฏิบัติอย่างยาวนานอาจจะกลายเป็นวิธีการเฉพาะของบุคคลนั้นๆ ซึ่งผู้อื่นสามารถเรียนรู้แล้วนำไปปฏิบัติได้
เป็นอันว่า ดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) คือ มิได้เรียนมาเพื่อจะเป็นดุษฎีบัณฑิต จึงมีคำว่า “กิตติมศักดิ์” และควรที่จะเข้าใจได้เลยว่า คำว่า “กิตติมศักดิ์ (HONORARY)” นั้นเป็นการให้เกียรติ อันเนื่องมาจากเรื่องราวแห่งความเป็นจริง ของบุคคลนั้นๆ ซึ่งเจ้าของเรื่องราวนั้น ย่อมต้องมีความภาคภูมิใจอยู่แล้วเป็นทุนนั่นเอง คือ ประสบการณ์ชีวิต ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านการลองผิด ลองถูก ผ่านความสำเร็จ และล้มเหลว หรืออีกหลากหลายเหตุผล ที่จะทำให้บุคคลผู้นั้นได้รับการยอมรับจริงๆ
ปริญญาดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก (WPU2) คือ ปริญญาชีวิต นั่นเอง คือ ปริญญาจริงๆ ซึ่งมีการปฏิบัติจริง เป็นของจริงและเป็นของแท้สำหรับ ชีวิตของผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวแห่งชีวิตของแต่ละคน ปริญญาชีวิต (ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์) จึงมีค่ายิ่งกว่า เอกสารรับรอง ความรู้ชนิดใดๆซึ่งน่าภาคภูมิใจยิ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า เราจะได้รับการยอมรับให้ได้รับเกียรติแห่งชีวิตอันสูงยิ่ง ที่มีคำนำหน้าว่า ดอกเตอร์ (DOCTOR) หรือคำต่อท้าย นามสกุลว่า Ph.D (Hon) ของการเป็นดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก (WPU2) แล้ว ก็มิได้หมายความว่า เราจะหยุดอยู่แค่การมีความสุข หรือ ความภาคภูมิใจกับปริญญาที่ได้ โดยมิได้มีการพัฒนาตนเองด้วยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปอีกเลย
โปรดจงทราบว่า เมื่อเราเป็น ดอกเตอร์ (กิตติมศักดิ์) หรืออาจจะถูกเรียกเฉพาะคำว่า ดอกเตอร์ ก็ตาม เราจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เรากำลังเป็น เหมือนกับ ครูอาจารย์ที่สังคมให้เกียรติยกย่องนับถือเราจึงจำเป็นต้อง หิวกระหาย การศึกษาค้นคว้าหาอ่านด้วยตนเอง หรือจะเป็นการศึกษาในระบบของสถาบันใดๆ ก็ตาม ขอแต่เพียงว่า อย่าหยุดเพิ่มเติมความรู้ และการเป็นดุษฎีบัณฑิต นั้นต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับที่คนเขาให้เกียรติการเป็น ดอกเตอร์ และหมายความถึงมารยาทสังคม ที่คนเป็น ดอกเตอร์ ควรจะเข้าใจด้วยเช่นเดียวกัน เหตุฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคคลที่จะรับปริญญาดุษฎีบัณฑิต(กิตติมศักดิ์) นั้นจะต้องได้รับการฝึกอบรมปฐมนิเทศหรือจัดสัมมนาเป็นเบื้องต้น  ตามสมควรแล้วจึงรับปริญญา แต่หากได้รับการอนุโลมให้ได้รับปริญญา เสียก่อนแล้ว จึงควรจะพัฒนาการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมดังที่กล่าวมา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการที่ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการจัดให้ ดังนั้นดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) ของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกจึงควรติดตามความเคลื่อนไหวของมหาวิทยาลัยทาง www.http://wpubkk.blogspot.com/  อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน